ได้ใจแฟนสิงห์! “ฟัลเกา” ยอมลดค่าเหนื่อยครึ่งนึงเพื่อเซ็นซบสิงห์!!

Chelsea

เรียกได้ว่าได้ใจแฟนบอลทีมสิงห์บลู เชลซี ไปเต็มๆเลยงานนี้สำหรับทางด้านของ “เอล ตริโก” ราดาเมล ฟัลเกา ยอดหัวหอกโคลอมเบียของทีมอาแอส โมนาโก ยักษ์ใหญ่แห่งลีกเอิง ฝรั่งเศส เพราะนักเตะนั้นถึงขนาดยอมลดค่าเหนื่อยของตนเองลงจากเดิมครึ่งนึงเลยทีเดียวเพื่อที่จะได้เซ็นสัญญาย้ายมาเล่นในถิ่นเดอะ บริดจ์แบบยืมตัวเป็นระยะเวลาหนึ่งซีซั่น

ทั้งนี้เดิมที เอล ตริโก ได้รับค่าเหนื่อยจากปีศาจแดงเมื่อซีซั่นที่แล้วในฐานะนักเตะตัวยืมที่ปีศาจแดงถืออพชั่นซื้อขาดไว้ด้วยในซัมเมอร์นี้สูงถึง 265,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

แต่ด้วยฟอร์มการเล่นบอลที่ไม่น่าประทับใจทำให้ปีศาจแดงตัดสินใจที่จะไม่ใช่ออพชั่นซื้อขาดนักเตะ และเป็นสิงห์บลู เชลซี ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกที่โดดเข้ามาดึงฟัลเกาไปร่วมทีมต่อแบบยืมตัว ทว่าพวกเขายินดีที่จะจ่ายค่าเหนื่อยให้กับกองหน้าทีมชาติโคลอมเบียเพียงแค่ครึ่งนึง หรือ 130,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เท่านั้น

อย่างไรก็ตามแม้ว่าสิงห์บลูจะจ่ายค่าเหนื่อยให้กับฟัลเกาน้อยกว่าเดิมถึงครึ่งนึง แต่จากรายงานข่าวของสื่อต่างๆนั้นระบุเรื่องของค่ายืมตัวครั้งนี้ว่าสิงห์บลูนั้นจ่ายให้ทางอาแอส โมนาโก ต้นสังกัดของฟัลเกาสูงถึง 4.2 ล้านปอนด์เลยทีเดียว แน่นอนถือเป็นเงินก้อนโตมากๆสำหรับการใช้งานนักเตะเพียงแค่ซีซั่นเดียว หน่ำซ้ำยังอาจเป็นการใช้งานในฐานะของนักเตะกองหน้าตัวสำรองเท่านั้นด้วย เนื่องจากภายในทีมเชลซีนั้นมีกองหน้าอย่างดีเอโก้ คอสต้าอยู่แล้ว

และระบบการเล่นบอลของเชลซีภายใต้การทำทีมของกุนซือ โจเซ่ มูริญโญ่ ก็เป็นระบบที่เล่นเน้นเกมรับ มักจะใช้กองหน้าตัวเป้าเพียงแค่รายเดียวในสนามฟุตบอลเท่านั้น ส่วนตำแหน่งอื่นในเกมรุกก็จะเป็นหน้าต่ำ หรือตัวทำเกม ตัวริมเส้นแตกต่างกันออกไปตามแต่แท็คติกในแต่ละเกม เรียกว่าดูแล้วถ้าคอสต้าไม่เจ็บ หรือไม่ติดโทษแบน ขณะที่ฟอร์มการเล่นของฟัลเกาก็ไม่สามารถกลับมาเปรี้ยงปร้างได้เหมืนเดิมก็คงเป็นเรื่องยากที่จะสอดแทรกลงสนาม

เจ้าประจำ! สื่อเลี่ยนตี “เสือใต้” โผล่ร่วมวงล่าลายเซ็น “กรีซมันน์”!!

บาเยิร์น มิวนิค

ต้องบอกว่าเป็นเจ้าประจำในการล่าลายเซ็นแข้งดาวดังในทุกๆตลาดซื้อขายนักเตะจริงๆครับ สำหรับทางด้านของทีมเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่ง บุนเดสลีกา เยอรมัน และทีมแชมป์ฤดูกาลแข่งขันปัจจุบัน เพราะล่าสุดในดีลของ อองตวน กรีซมันน์ ดาวเตะมากความสามารถที่ฟอร์มแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ในซีซั่นนี้ของทีมตราหมี แอตฯมาดริด ทีมแกร่งแห่งลาลีกา สเปนสื่อก็ได้ออกมาตีข่าวแล้วว่าเสือใต้ได้ทำการโดดเข้ามามีเอี่ยวกับดีลนี้เรียบร้อยแล้ว

ว่ากันง่ายๆคือพวกเขาพร้อมที่จะยื่นข้อเสนอแข่งกับทีมอื่นๆ หรือแย่งจีบนักเตะกับทีมอื่นๆแล้วนั่นเอง โดยเป็นสื่ออย่าง กัตเซตต้า เดลโล่ สปอร์ต ของประเทศอิตาลีที่รายงานข่าวออกมาประมาณว่าเสือใต้พร้อมที่จะทุ่มเงินราว 43 ล้านยูโรเพื่อเป็นค่าตัวของอองตวน กรีซมันน์ ส่วนทีมอื่นๆที่ตกเป็นข่าวว่าต้องการดึงกรีซมันน์ไปเสริมแกร่งก่อนหน้านี้ก็มีอาทิเช่น ทีมสิงห์บลู เชลซี จาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ทีมงูใหญ่ อินเตอร์ มิลานจากกัลโช่เซเรีย อา อิตาลี เป็นต้น โดยอย่างกับหลายแรกนั้นมีบางสื่อรายงานออกมาว่านักเตะมีใจอยากที่จะย้ายไปค้าแข้งด้วยเลย

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีหลายทีมใหญ่รุมจีบกรีซมันน์ไปร่วมดังที่กล่าวมานี้ แต่กระนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสที่นักเตะจะอยู่ค้าแข้งกับทางตราหมีต่อไปซะทีเดียว เพราะทางด้านของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นายใหญ่คนเก่งของทีมตราหมีก็ได้ออกมาประกาศกร้าวแล้วเช่นกันว่า พร้อมที่จะรั้งนักเตะให้อยู่กับทีมต่อไป เรียกว่าก็ไม่ต้องการที่จะปล่อยนักเตะออกไปจากทีมง่ายๆเช่นกันนั่นเอง

ดังนั้นแน่นอนล่ะว่าบรรดาทีมต่างๆที่เข้ามารุมจีบนักตะนอกจะต้องต่อสู้กันเองแล้วก็ต้องวัดใจนักเตะ กับสโมสรตราหมีด้วยล่ะว่าสุดท้ายแล้วจะตัดสินอนาคตอย่างไร (เป็นที่คาดการณ์กันว่าหากนักเตะย้ายทีมจริงเขาจะมีค่าตัวไม่ต่ำกว่า 40 ล้านยูโร)

ได้โปรดฟัง! “มู” แนะ “ปืน” เสริมสี่แข้งระดับท็อปเพื่อกลับมาเป็นยอดทีมฟุตบอลอีกครั้ง!!

อาร์เซน่อล - ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

งานนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องเอียงหูฟังกันเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดทางด้านของกุนซือเดอะแฮปปี้วันได้ออกมากล่าวในทำนองแนะให้พวกเขาปรับปรุงขุมกำลังของทีมด้วยการดึงเอาแข้งระดับท็อปเข้ามาเสริมทีมเพื่อกลับไปเป็นยอดทีมเหมือนยุคที่พวกเขาคว้าแชมป์ลีกแบบไร้พ่ายอีกครั้ง

ทั้งนี้มูริญโญ่กล่าวกับสื่อว่ามันเป็นเรื่องยากทีเดียวนะหากว่าจะมีทีมไหนสักทีมครองความยิ่งใหญ่บนเวที ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สำหรับฟุตบอลอังกฤษแล้วพวกเราแตกต่างออกไปจากบางลีกใหญ่ในยุโรปที่มีการผูกขาดความยิ่งใหญ่อย่าง บุนเดสลีกา เยอรมัน พวกเขามี บาเยิร์น มิวนิค ที่สวิตเซอร์แลนด์มีเอฟซี บาเซิ่ล ที่สก็อตแลนด์มีเซลติก

แต่อาร์เซน่อลเป็นทีมที่ขุมกำลังดีมาก อองรี ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าถ้าพวกเขาปรับปรุงทีมดึงเอาแข้งระดับท็อปเข้ามาเพิ่มอีกสัก 4 ราย พวกเขาจะกลับมายอดเยี่ยม ใช่ผมเห็นด้วยกับความเห็นนั้น พวกเขาจำเป็นต้องดึงเอาแข้งเจ๋งๆเข้ามาเติมทีม 4 รายเพื่อคืนเป็นยอดทีมไร้พ่ายอีกครั้ง

สำหรับประเด็นดังกล่าวนี้ก่อนหน้านี้เป็นทางด้านของ เธียร์รี่ อองรี อดีตกองหน้าระดับตำนานของปืนโตที่ได้กล่าวแสดงความเห็นดังกล่าวไปแล้ว ดังนั้นการออกมากล่าวของ มูริญโญ่ ในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องของการกล่าวสนับสนุนความคิดเห็นในทิศทางของการกล่าวตอกย้ำว่าอาร์เซน่อลควรจะต้องทำอย่างนั้นจริงๆ

อาร์เซน่อล ในสมัยการคุมทีมของกุนซือ อาร์แซน เวนเกอร์ ยุคแชมป์ไร้พ่ายเมื่อหลายปีก่อน สมัยที่มีนักเตะอย่าง เธียร์รี อองรี, แดนนิส เบิร์กแคมป์, ปาทริค วิเอร่า เป็นต้น ค้าแข้งอยู่กับทีมจัดได้ว่าเป็นทีมที่ดีที่สุด และนับจากนั้นมาอาร์เซน่อลก็ยังไม่เคยมีทีมที่ใกล้เคียงกับชุดดังกล่าวอีกเลย เช่นเดียวกับการประสบความสำเร็จในรายการลีก นับจากวันนั้นถึงวันนี้แฟนบอลอาร์เซน่อลก็ยังคงต้องรอคอยความสำเร็จที่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะกลับมาเมื่อไหร่

แรงส์! “ฮ็อดเดิ้ล” จวก “ลุยส์” ตัวการทำพ่าย “บาร์ซ่า” เละคารัง!!

ต้องจวกแรงๆไปตามระเบียบครับ สำหรับทางด้านของ ดาวิด ลุยส์ ปราการหลังบราซิเลี่ยนคาตัวแพงของทีมเศรษฐีเมืองน้ำหอม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง โดยเป็นทางด้านของ เกล็น ฮ็อดเดิ้ล อดีตกุนซือผู้โด่งดังของทีมสิงโตคำราม อังกฤษ ที่ได้ออกมากล่าวในทำนองเปรียบเทียบว่า ดาวิด ลุยส์ ในเกมพบเปแอสเชที่ถูกส่งลงไปทำหน้าที่แทน ติอาโก ซิลวา กองหลัง กัปตันทีมของเปแอสเช ซึ่งได้รับบาดเจ็บตั้งแต่นาทีที่ 20 ของเกมการแข่งขัน ว่าเป็นเสมือนเด็กวัยแปดขวบที่เพิ่งหัดเล่นฟุตบอล และไม่มีใครสอนเล่นจนเป็นเหตุให้หลุดเข้าไปทำประตูแบบง่ายๆถึงสองประตู

ทั้งนี้ในเกมดังกล่าวประตูที่สอง และประตูที่สามที่ เปแอสเช เสียให้กับ บาร์เซโลน่า เกิดขึ้นจากจังหวะที่ หลุยส์ ซัวเรซ แตะบอลลอดขา ดาวิด ลุยส์ ทั้งสองจังหวะ จนกระทั่งกลายเป็นประเด็นวิจารณ์ฟอร์มการเล่นในด้านลบของแข้งบราซิเลี่ยนรายนี้ในวงกว้างหลังเกมการแข่งขันจบลง

แต่กระนั้นกุนซือ โรล็อง บล็องก์ ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก็ได้ออกมากล่าวปกป้องลูกทีมรายนี้ว่าที่มีฟอร์มการเล่นไม่เอาอ่าวแบบที่เห็นเป็นเพราะนักเตะไม่ฟิตพอสำหรับการลงสนาม

อย่างไรก็ตาม เกล็น ฮ็อดเดิ้ล แสดงความเห็นว่านั่นไม่ใช่ข้อแก้ที่สมเหตุสมผลสำหรับความผิดพลาดของนักเตะในเกมนี้ โดยฮ็อดเดิ้ลกล่าวกับสื่อว่าต่อให้คุณจะไม่มีความฟิตมากพอ คุณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเล่นแบบนั้น เขารู้ตัวเองดีอยู่แล้วล่ะว่าเป็นกองหลังตัวสุดท้ายในจังหวะเสียประตูที่สาม ซัวเรซ เลี้ยงบอลมา เขาทราบสถานการณ์ดี การอยู่จังหวะแบบนั้นคุณจะพรวดพราดเข้าบอลแบบสองเท้าได้อย่างไร สิ่งที่ควรจะทำคืออะไร ควรจะต้องดักทางไว้ ดึงเวลาให้เพื่อนลงมาช่วย แต่เขาไม่ทำแบบนั้น เขาพรวดเข้าไปสองขาแบบดื้อ ทำให้ขาตาย และโดนซัวเรซพาบอลลอดขาไปซ้ำเป็นครั้งที่สอง เขาทำเสมือนเด็กแปดขวบเลย ไม่มีใครสอนเขาเล่นบอล